ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เพลินพิจิตร ติดแกลม - ชิมฮง: ค้นพบเสน่ห์ ย่านเก่าวังกรด จ.พิจิตร

เพลินพิจิตร ติดแกลม x ชิมฮง: ค้นพบเสน่ห์  แห่งย่านเก่าวังกรด จุดเช็คอินสุดชิคที่กาลเวลาหยุดนิ่ง

ในวันที่ชีวิตคนเมืองหมุนไวไปตามจังหวะของแจ้งเตือนบนสมาร์ทโฟน การตามหาจุดหมายปลายทางที่ “สวยด้วยสไตล์”  กลายเป็นภารกิจที่ท้าทายสำหรับมิลเลนเนียลผู้รักการเดินทาง แต่หากคุณกำลังมองหา Visual Diary บทใหม่ที่จะมาเติมเต็มฟีดอินสตาแกรมพร้อมสาระที่จับใจ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงาน “เพลินพิจิตร ติดแกลม x ชิมฮง” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2569 ณ ชิมฮง คาเฟ่ หัวใจสำคัญแห่งย่านเก่าวังกรด จังหวัดพิจิตร

ลองจินตนาการถึงการสวมชุดสไตล์ "แกลม" (Glam) ตัวโปรด เดินเฉิดฉายท่ามกลางสายลมริมแม่น้ำน่าน โดยมีฉากหลังเป็นอาคารไม้เก่าแก่และตึกสีขาวสะอาดตา ความ Contrast ระหว่างความโมเดิร์นและร่องรอยแห่งอดีตนี้เอง คือเสน่ห์ที่นิยามความเป็น "ติดแกลม" ในแบบฉบับวังกรดได้อย่างลงตัวที่สุด

เมื่อสถาปัตยกรรมเวียดนามซ่อนตัวอยู่ในหัวใจพิจิตร: Baan Luang Pratheungkhadi

ท่ามกลางเรือนไม้แถวสไตล์ไทย-จีน มีอัญมณีสีขาวที่โดดเด่นออกมานั่นคือ “บ้านหลวงประเทืองคดี” ตึกปูนหลังแรกของย่านนี้ที่ผ่านการบูรณะอย่างประณีต จากเดิมที่เป็นสี “เหลืองเปลือกไข่” สู่ผนัง “ปูนขัดหยาบสีขาว” (White Polished Plaster) ที่ดู Clean Aesthetic สุดๆ อาคารหลังนี้สะท้อนอิทธิพลสถาปัตยกรรมเวียดนามอย่างเด่นชัด เนื่องจาก "ย่าแจง" ภรรยาของหลวงประเทืองคดีเป็นชาวเวียดนาม บริเวณรอบบ้านยังมีสวนสไตล์เวียดนาม-จีน และบ่อน้ำโบราณที่ขุดขึ้นพร้อมกับการสร้างบ้าน

ความน่าสนใจระดับ Expert คือการ ปรับใช้ประโยชน์อาคารเดิม (Adaptive Reuse) จากสำนักงานอัยการและที่พักส่วนตัว สู่พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ไฮไลต์อยู่ที่ “ห้องใต้ดิน” ขนาดใหญ่ที่เคยเป็นหลุมหลบภัยและที่ซ่อนตัวของชาวเวียดนามอพยพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การเปลี่ยนพื้นที่แห่งความทรงจำที่เจ็บปวดให้เป็นพื้นที่เรียนรู้เชิงวัฒนธรรม คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่โหยหา "ความแท้จริง" (Authenticity) จะต้องประทับใจ

“กุญแจดอกยักษ์ที่ตั้งอยู่กลางห้องนี้ มิใช่เพียงสัญลักษณ์ของนักกฎหมายผู้ไขปัญหาให้ประชาชน แต่ยังเป็นกุญแจที่เปิดประตูให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าไปสัมผัสสมบัติทางวัฒนธรรมของชาววังกรด” — นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

 รสชาติจากป่าสู่ถ้วยชา: ‘ชาใบจิก’ หนึ่งเดียวในไทย

วังกรดไม่ได้มีดีแค่ภาพสวย แต่ยังมีประสบการณ์แบบ Forest-to-Cup ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ด้วย “ชาใบจิก” (Barringtonia acutangula) ซึ่งนำมาจาก ป่าจิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในย่านนี้เอง

ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้เปลี่ยนใบไม้จากป่าให้กลายเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ตามตำรับโบราณใบจิกมีรสฝาด ช่วยสมานแผลและแก้ท้องร่วง ซึ่งการนำภูมิปัญญานี้มา Re-brand เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้ลองคั่วและชงชาด้วยตนเอง คือเทรนด์ความยั่งยืนที่ตอบโจทย์ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจที่มาของสิ่งที่ตนเองบริโภค

--------------------------------------------------------------------------------

เส้นเลือดใหญ่ที่ยังมีลมหายใจ: สถานีรถไฟวังกรด

หลายคนอาจมองว่าสถานีรถไฟเก่าคือพิพิธภัณฑ์ที่หยุดนิ่ง แต่ สถานีรถไฟวังกรด (สร้างปี พ.ศ. 2450) คือ "Living History" ที่ยังคงทำหน้าที่ส่งผู้คนข้ามผ่านกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน

แม้บทบาทการค้าจะเปลี่ยนจากทางน้ำมาสู่ราง และจากรางสู่ถนนในปัจจุบัน แต่หอนาฬิกาสีทองและบรรยากาศสถานีรถไฟสุดคลาสสิกยังคงเป็นแลนด์มาร์คที่สะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกับเสน่ห์ของชุมชน การเห็นรถไฟเคลื่อนตัวผ่านย่านเก่าขณะที่เรานั่งจิบกาแฟที่ ชิมฮง คาเฟ่ คือนิยามของความ Slow Life ที่มีรสนิยมอย่างแท้จริง

สวรรค์นักชิมระดับตำนาน: ลายแทงความอร่อยสูตรโบราณ

การมาวังกรดโดยไม่ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นถือว่ามาไม่ถึง นี่คือ List เมนูระดับตำนานที่คุณต้องลอง:

เมนูอาหาร

จุดเด่น / รสชาติ

ก๋วยเตี๋ยวต้มพริกสดไช้ลุ่ย

รสจัดจ้านถึงใจด้วยพริกขี้หนูสวนสด น้ำซุปหอมกลมกล่อมตามสูตรลับ

ก๋วยเตี๋ยวปิ่นโต

เสน่ห์การเสิร์ฟในภาชนะย้อนยุค ให้ความรู้สึกเหมือนทานข้าวที่บ้าน

สาคูไส้หมูป้าเฒ่า

สาคูเม็ดจิ๋วนึ่งจนใส ไส้หมูสับผัดเครื่องรสชาติเข้มข้นถึงใจ

ฮ่อยจ๊อเผือก

กรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นเผือกแท้ๆ เป็นเมนูที่หาทานยาก

หมูสะเต๊ะวังกรด

เนื้อนุ่มหมักเครื่องเทศเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มถั่วสูตรเฉพาะ


รางวัลกินรีทองคำ: ต้นแบบการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

ความสำเร็จของวังกรดได้รับการันตีด้วย รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (รางวัลกินรี) ปี 2566 โดยคว้า รางวัลยอดเยี่ยม (กินรีทอง) สาขาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน และ รางวัลดีเด่น (กินรีเงิน) ประเภทการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำเพื่อความยั่งยืน

เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือการรวมตัวของ “ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังกรด” ที่ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เช่น การส่งเสริมการเดินเที่ยวชมย่านเก่าแทนการใช้รถ การใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างใบจิก และการรักษาสมดุลของระบบนิเวศป่าจิก ทำให้ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ทางผ่าน แต่เป็นต้นแบบของความยั่งยืนที่โลกยุคใหม่โหยหา

--------------------------------------------------------------------------------

เตรียมตัวให้พร้อม: ข้อมูลสำคัญสำหรับการเดินทาง

  • วิธีการเดินทาง:
    • รถไฟ: ลงสถานีวังกรดได้โดยตรง (สายเหนือ) สะดวกและได้ฟีลที่สุด
    • รถตู้: มีบริการจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ส่งถึงหน้าตลาดวังกรด
    • รถยนต์: ห่างจากตัวเมืองพิจิตรเพียง 6-10 กม.
  • ช่วงเวลาแนะนำ: ทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 - 19.30 น. จะมีตลาดนัดชุมชนและกิจกรรม รำวงย้อนยุค บริเวณลานหอนาฬิกา
  • ช่องทางติดต่อ:
    • ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวฯ: 089-856-8945
    • เทศบาลตำบลวังกรด: 0-5668-5053

บทสรุป: วังกรดในวันพรุ่งนี้

ย่านเก่าวังกรดในวันนี้ไม่ใช่แค่ภาพจำของอดีตที่ซีดจาง แต่คือพื้นที่ที่ "สไตล์" และ "รากเหง้า" เดินทางมาบรรจบกันอย่างมีคลาส การได้มาสัมผัสความแกลมท่ามกลางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต ไม่เพียงแต่จะได้รูปสวยๆ กลับไป แต่ยังเป็นการเติมพลังงานดีๆ จากวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ

ในโลกที่ทุกอย่างหมุนไวและเรียกร้องความสนใจจากคุณตลอดเวลา คุณพร้อมหรือยังที่จะลอง "Unplug" ตัวเอง แล้วมาหยุดเวลาไว้ที่ย่านเก่าวังกรดสักเสาร์-อาทิตย์นี้?# เพลินพิจิตร ติดแกลม x ชิมฮง: ค้นพบเสน่ห์ Hidden Gem แห่งย่านเก่าวังกรด จุดเช็คอินสุดชิคที่กาลเวลาหยุดนิ่ง

ในวันที่ชีวิตคนเมืองหมุนไวไปตามจังหวะของแจ้งเตือนบนสมาร์ทโฟน การตามหาจุดหมายปลายทางที่ “สวยด้วยสไตล์” และ “รุ่มรวยด้วยเรื่องราว” กลายเป็นภารกิจที่ท้าทายสำหรับมิลเลนเนียลผู้รักการเดินทาง แต่หากคุณกำลังมองหา Visual Diary บทใหม่ที่จะมาเติมเต็มฟีดอินสตาแกรมพร้อมสาระที่จับใจ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงาน “เพลินพิจิตร ติดแกลม x ชิมฮง” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2569 ณ ชิมฮง คาเฟ่ หัวใจสำคัญแห่งย่านเก่าวังกรด จังหวัดพิจิตร

ลองจินตนาการถึงการสวมชุดสไตล์ "แกลม" (Glam) ตัวโปรด เดินเฉิดฉายท่ามกลางสายลมริมแม่น้ำน่าน โดยมีฉากหลังเป็นอาคารไม้เก่าแก่และตึกสีขาวสะอาดตา ความ Contrast ระหว่างความโมเดิร์นและร่องรอยแห่งอดีตนี้เอง คือเสน่ห์ที่นิยามความเป็น "ติดแกลม" ในแบบฉบับวังกรดได้อย่างลงตัวที่สุด

1. เมื่อสถาปัตยกรรมเวียดนามซ่อนตัวอยู่ในหัวใจพิจิตร: Baan Luang Pratheungkhadi

ท่ามกลางเรือนไม้แถวสไตล์ไทย-จีน มีอัญมณีสีขาวที่โดดเด่นออกมานั่นคือ “บ้านหลวงประเทืองคดี” ตึกปูนหลังแรกของย่านนี้ที่ผ่านการบูรณะอย่างประณีต จากเดิมที่เป็นสี “เหลืองเปลือกไข่” สู่ผนัง “ปูนขัดหยาบสีขาว” (White Polished Plaster) ที่ดู Clean Aesthetic สุดๆ อาคารหลังนี้สะท้อนอิทธิพลสถาปัตยกรรมเวียดนามอย่างเด่นชัด เนื่องจาก "ย่าแจง" ภรรยาของหลวงประเทืองคดีเป็นชาวเวียดนาม บริเวณรอบบ้านยังมีสวนสไตล์เวียดนาม-จีน และบ่อน้ำโบราณที่ขุดขึ้นพร้อมกับการสร้างบ้าน

ความน่าสนใจระดับ Expert คือการ ปรับใช้ประโยชน์อาคารเดิม (Adaptive Reuse) จากสำนักงานอัยการและที่พักส่วนตัว สู่พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ไฮไลต์อยู่ที่ “ห้องใต้ดิน” ขนาดใหญ่ที่เคยเป็นหลุมหลบภัยและที่ซ่อนตัวของชาวเวียดนามอพยพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การเปลี่ยนพื้นที่แห่งความทรงจำที่เจ็บปวดให้เป็นพื้นที่เรียนรู้เชิงวัฒนธรรม คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่โหยหา "ความแท้จริง" (Authenticity) จะต้องประทับใจ

“กุญแจดอกยักษ์ที่ตั้งอยู่กลางห้องนี้ มิใช่เพียงสัญลักษณ์ของนักกฎหมายผู้ไขปัญหาให้ประชาชน แต่ยังเป็นกุญแจที่เปิดประตูให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าไปสัมผัสสมบัติทางวัฒนธรรมของชาววังกรด” — นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

--------------------------------------------------------------------------------

2. รสชาติจากป่าสู่ถ้วยชา: ‘ชาใบจิก’ หนึ่งเดียวในไทย

วังกรดไม่ได้มีดีแค่ภาพสวย แต่ยังมีประสบการณ์แบบ Forest-to-Cup ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ด้วย “ชาใบจิก” (Barringtonia acutangula) ซึ่งนำมาจาก ป่าจิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในย่านนี้เอง

ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้เปลี่ยนใบไม้จากป่าให้กลายเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ตามตำรับโบราณใบจิกมีรสฝาด ช่วยสมานแผลและแก้ท้องร่วง ซึ่งการนำภูมิปัญญานี้มา Re-brand เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้ลองคั่วและชงชาด้วยตนเอง คือเทรนด์ความยั่งยืนที่ตอบโจทย์ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจที่มาของสิ่งที่ตนเองบริโภค

3. เส้นเลือดใหญ่ที่ยังมีลมหายใจ: สถานีรถไฟวังกรด

หลายคนอาจมองว่าสถานีรถไฟเก่าคือพิพิธภัณฑ์ที่หยุดนิ่ง แต่ สถานีรถไฟวังกรด (สร้างปี พ.ศ. 2450) คือ "Living History" ที่ยังคงทำหน้าที่ส่งผู้คนข้ามผ่านกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน

แม้บทบาทการค้าจะเปลี่ยนจากทางน้ำมาสู่ราง และจากรางสู่ถนนในปัจจุบัน แต่หอนาฬิกาสีทองและบรรยากาศสถานีรถไฟสุดคลาสสิกยังคงเป็นแลนด์มาร์คที่สะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกับเสน่ห์ของชุมชน การเห็นรถไฟเคลื่อนตัวผ่านย่านเก่าขณะที่เรานั่งจิบกาแฟที่ ชิมฮง คาเฟ่ คือนิยามของความ Slow Life ที่มีรสนิยมอย่างแท้จริง

--------------------------------------------------------------------------------

4. สวรรค์นักชิมระดับตำนาน: ลายแทงความอร่อยสูตรโบราณ

การมาวังกรดโดยไม่ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นถือว่ามาไม่ถึง นี่คือ List เมนูระดับตำนานที่คุณต้องลอง:

เมนูอาหาร

จุดเด่น / รสชาติ

ก๋วยเตี๋ยวต้มพริกสดไช้ลุ่ย

รสจัดจ้านถึงใจด้วยพริกขี้หนูสวนสด น้ำซุปหอมกลมกล่อมตามสูตรลับ

ก๋วยเตี๋ยวปิ่นโต

เสน่ห์การเสิร์ฟในภาชนะย้อนยุค ให้ความรู้สึกเหมือนทานข้าวที่บ้าน

สาคูไส้หมูป้าเฒ่า

สาคูเม็ดจิ๋วนึ่งจนใส ไส้หมูสับผัดเครื่องรสชาติเข้มข้นถึงใจ

ฮ่อยจ๊อเผือก

กรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นเผือกแท้ๆ เป็นเมนูที่หาทานยาก

หมูสะเต๊ะวังกรด

เนื้อนุ่มหมักเครื่องเทศเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มถั่วสูตรเฉพาะ

--------------------------------------------------------------------------------

5. รางวัลกินรีทองคำ: ต้นแบบการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

ความสำเร็จของวังกรดได้รับการันตีด้วย รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (รางวัลกินรี) ปี 2566 โดยคว้า รางวัลยอดเยี่ยม (กินรีทอง) สาขาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน และ รางวัลดีเด่น (กินรีเงิน) ประเภทการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำเพื่อความยั่งยืน

เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือการรวมตัวของ “ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านวังกรด” ที่ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เช่น การส่งเสริมการเดินเที่ยวชมย่านเก่าแทนการใช้รถ การใชวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างใบจิก และการรักษาสมดุลของระบบนิเวศป่าจิก ทำให้ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ทางผ่าน แต่เป็นต้นแบบของความยั่งยืนที่โลกยุคใหม่โหยหา

เตรียมตัวให้พร้อม: ข้อมูลสำคัญสำหรับการเดินทาง

  • วิธีการเดินทาง:
    • รถไฟ: ลงสถานีวังกรดได้โดยตรง (สายเหนือ) สะดวกและได้ฟีลที่สุด
    • รถตู้: มีบริการจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ส่งถึงหน้าตลาดวังกรด
    • รถยนต์: ห่างจากตัวเมืองพิจิตรเพียง 6-10 กม.
  • ช่วงเวลาแนะนำ: ทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 - 19.30 น. จะมีตลาดนัดชุมชนและกิจกรรม รำวงย้อนยุค บริเวณลานหอนาฬิกา
  • ช่องทางติดต่อ:
    • ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวฯ: 089-856-8945
    • เทศบาลตำบลวังกรด: 0-5668-5053

--------------------------------------------------------------------------------

บทสรุป: วังกรดในวันพรุ่งนี้

ย่านเก่าวังกรดในวันนี้ไม่ใช่แค่ภาพจำของอดีตที่ซีดจาง แต่คือพื้นที่ที่ "สไตล์" และ "รากเหง้า" เดินทางมาบรรจบกันอย่างมีคลาส การได้มาสัมผัสความแกลมท่ามกลางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต ไม่เพียงแต่จะได้รูปสวยๆ กลับไป แต่ยังเป็นการเติมพลังงานดีๆ จากวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ

ในโลกที่ทุกอย่างหมุนไวและเรียกร้องความสนใจจากคุณตลอดเวลา คุณพร้อมหรือยังที่จะลอง "Unplug" ตัวเอง แล้วมาหยุดเวลาไว้ที่ย่านเก่าวังกรดสักเสาร์-อาทิตย์นี้?

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หลงรักพระเครื่องเมืองพิจิตร หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน

หลงรักพระเครื่องเมืองพิจิตร หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ     แข่งเรือยาวประเพณี    พระเครื่องดีหลวงพ่อเงิน    เพลิดเพลินบึงสีไฟ    ศูนย์รวมใจหลวงพ่อเพชร    รสเด็ดส้มท่าข่อย    ข้าวเจ้าอร่อยลือเลื่อง    ตำนานเมืองชาละวัน อัตโนประวัติ หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เป็นชาวบางคลานโดยกำเนิด เกิดเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2353 เมื่ออายุได้ 3 ขวบลุงได้นำมาฝากเรียนและบวชเป็นสามเณรที่วัดตองปุหรือวัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ ปี พ.ศ. 2377 เข้าพิธีอุปสมทบ ณ วัดชนะสงคราม ได้รับฉายา " พุทธโชติ"

วัตถุมงคลหลวงพ่อเพชรวัดท่าหลวง

วัตถุมงคลหลวงพ่อเพชรวัดท่าหลวงอำเภอเมืองจังหวัดพิจิตร เหรียญหลวงพ่อเพชร จ.พิจิตร ขอบคุณภาพจาก: http://uauction4.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=248&qid=120419 ความเป็นมาของ หลวงพ่อเพชร กล่าวว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พระพิจิตรเจ้าเมืองพิจิตรได้บูรณะก่อสร้างพระอุโบสถวัดนครชุม ในระหว่างนั้นทางกรุงศรีอยุธยาได้ยกกองทัพผ่านมาทางเมืองพิจิตรเพื่อไปกราบปรามหัวเมืองฝ่ายเหนือ เจ้าเมืองพิจิตรจึงได้ร้องขอต่อแม่ทัพ ให้ช่วยสอนหาพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงาม เพื่อนำมาประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถวัดนครชุมด้วย แผนเสร็จภารกิจในการปราบปรามหัวเมืองฝ่ายเหนือแล้วแม่ทัพผู้นั้นได้เสาะแสวงหาพระพุทธรูปเป็นพระพุทธรูปองค์หนึ่งซึ่งงดงามด้วยพุทธลักษณะ และมีขนาดใหญ่ ได้อัญเชิญมาบนแพ ล่องมาตามลำน้ำปิง แล้วนำไปฝากเจ้าเมืองกำแพงเพชรไว้ช่วงหนึ่งก่อน จากนั้นเจ้าเมืองพิจิตรและราษฎรจึงขึ้นไปอัญเชิญ พระพุทธรูปองค์นั้นมาประดิษฐานณวัดอุโบสถวัดนครชุม ต่อมาในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการก่อสร้างวัดท่าหลวงขึ้นมา จึงได้อาราธนาพระพุทธรูปพระประธานในพระอุโบสถวัดนครชุม มาประดิษฐ...